วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การปลูกบอนไซ โมก

บอนไซต่างประเทศ บอนไซที่สั่งมาจากต่างประเทศนั้น ก็ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ขุดจากป่ามากนัก เนื่องจากก่อนการนำเข้าประเทศ ส่วนมากมักจะถูกล้างรากก่อน แล้วห่อหุ้มรากด้วยมอสส์แห้งหรือสาหร่ายแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม (ต้นไม้ทุกชนิดไม่ชอบให้รากฝอยอยู่ในอากาศ หรือหุ้มด้วยมอสส์โดยปราศจากดิน) ถึงจะนำเข้าประเทศได้ ข้อดีก็คือ ต้นไม้ถูกเลี้ยงอยู่ในกระถางบอนไซอยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้นระบบรากของต้นไม้จะสมบูรณ์ และพร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อไปถ้าหากได้รับการปลูกลงในกระถางอย่างดี ดินผสมที่ถูกต้อง ปัญหาใหม่มักจะขึ้นกับดินฟ้าอากาศเสียเป็นส่วนมาก ไม้แคระบางพันธุ์เป็นต้นไม้ที่ชอบขึ้นในเมืองหนาวโดยเฉพาะ เช่น สนจูปิเตอร์ ( Juniperus chinensis) สนดำ ( Pinus thunbergil) สนเข็มห้าใบ  Pinus parviflora)  ควินส์  (Chaenomeles sinesis) เมเปิล  (Acer paimatum)  อาซาเลีย  (Rhododendron indicum) ฯลฯ เป็นต้น ต้นไม้เหล่านี้เมื่อปลูกเลี้ยงในที่ๆอากาศเปลี่ยนแปลงมักจะอ่อนแอ มีความต้านทานโรคน้อย ในการปลูกเลี้ยงจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่งเท่านั้น ไม้แคระเหล่านี้จึงจะรอดอยู่ได้

การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ เป้นวิธีที่ลงทุนน้อยกว่าสองข้อแรก แต่จะต้องมีความอดทน รอจนกว่าต้นไม้จะโตพอที่จะทำเป็นบอนไซ การทำบอนไซด้วยวิธนี้จะได้รับผลที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถดัดทรงต้น (FORM) ได้ตามความต้องการตั้งแต่ต้นไม้ยังเล็กๆ การทำกิ่งก้านสาขาก็สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง พันธุ์ไม้ที่ใช้ทำเป็นบอนไซนั้นมีอยู่มากชนิด  แต่ละชนิดก็มีความต้องการในเรื่อง ดินปลูก การให้น้ำ การให้ปุ๋ย ขนาดของกระถาง แสงแดดไม่เท่ากัน บางต้นเลี้ยงง่าย บางต้นเลี้ยงยาก บางต้นเหมาะที่จะทำเป็นบอนไซขนาดใหญ่  บางต้นเหมาะที่จะทำเป็นบอนไซขนาดเล็ก

ผู้ เขียนได้พยายามศึกษาถึงนิสัย และความต้องการของต้นไม้เหล่านี้ พยายามรวบรวมรายละเอียดในวิธีการปลูกเลี้ยง และได้สอบถามถึงประสบการณ์ของผู้เลี้ยงบอนไซหลายท่านเท่าที่จะกระทำได้ ซึ่งวิธีการนี้อาจจะไม่เหมือนกับที่อีกหลายท่านได้ศึกษาค้นพบ เพราะฉะนั้น วิธีปลูกเลี้ยงบอนไซที่จะเขียนถึงนี้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด  แต่คงจะมีประโยชน์บ้างวำหรับผู้เริ่มเลี้ยงไม้แคระอีกหลายๆท่าน
การปลูกบอนไซ  " โมก "
ดินปลูก
ใช้ดินท้องร่องสวนผสมใบทองหลางตากแห้ง หรือใช้ดินสวนผสมปุ๋ยคอก โดยทั่วไปแล้วโมกขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิดที่มีอินทรีย์วัตถุ

การเปลี่ยนดิน โมกเป็นต้นไม้ที่แตกรากได้ง่ายและแตกรากได้เร็วถ้าอาหารในดินสมบูรณ์ ต้นโมกเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำมาก ควรจะกระทำการเปลี่ยนดินให้ปีละหนึ่งครั้งหลังจากหมดฤดูหนาวแล้ว ถึงแม้ว่าโมกจะเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่ายก็จริงอยู่ แต่ใบจะแสดงอาการซีดเหลืองเมื่อขาดอาหารในดิน ดินเป็นกรดด่างมากเกินไป หรือเมื่อรากแน่นกระถางจนเกินไป จากสาเหตูเหล่านี้ก็สมควรที่จะทำการเปลี่ยนดินให้ต้นโมกเมื่อจะทำการเปลี่ยนดินหรือปลูกลงในกระถางบอนไซ ในกรณีที่เป็นตุ้มดิน (จากการขุดมาจากตามริมคลองชายน้ำ) ที่ขุดมาใหม่ๆ ควรปลูกในกระถางดินที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ระบบรากสมบูรณ์เสียก่อน แล้วจึงทำการปลูกลงในกระถางบอนไซในภายหลัง
ในขณะที่โมกมีใบแก่จัดจึงจะ เหมาะแก่การเปลี่ยนดิน เด็ดใบออกให้หมดเพื่อป้องกันการระเหยน้ำในภายหลัง นำดินออกจากกระถาง เขี่ยดินออกอย่างระมัดระวังให้หมด จะใช้วิธีฉีดน้ำล้างดินออกก็ได้ เมื่อดินออกหมดแล้ว ตัดรากที่ยาววิ่งวนในกระถาง หรือรากที่แก่มากมีการแตกรากฝอยที่มีจำนวนน้อยออก ไม่ควรทำการซอยรากออกทั้งหมด เพราะจะทำให้รากฝอยถูกตัดปลายรากไม่สามารถดูดน้ำเลี้ยงขึ้นสู่ลำต้นได้เพียง พอ (วิธีการตัดรากมีรายละเอียดในเรื่องระบบรากในหนังสือบอนไซ

ถ้าตัดรากที่ยาวออกทุกครั้งที่ทำการเปลี่ยนดินแล้วต้นโมกจะมีแต่รากฝอยแตกจากโคนรากมากทำให้ต้นไม้มีระบบรากที่สมบูรณ์
เมื่อ ตัดแต่งรากเรียบร้อยแล้ว ใส่กรวดขนาดเล็กรองก้นกระถาง ใส่ดินปลูกลงไปประมาณครึ่งกระถาง วางต้นโมกลงในกระถางแล้วกลบดิน แต่งผิวดินให้เรียบร้อย รดน้ำด้วยฝักบัวให้ชุ่ม แล้วนำต้นไม้พักไว้ในที่ร่มรำไรประมาณ 7 วัน แล้วนำออกเลี้ยงในที่ๆมีแสงแดดประมาณ 50 %
การให้ปุ๋ย โมกเป็นต้นไม้ที่ชอบปุ๋ยมากควรให้ปุ๋ยเดือนละหนึ่งครั้ง ใช้ปุ๋ยเคมีผสมตามฉลาก หรือจะใช้ปุ๋ยคอกหมักราดที่โคนต้น
การดูแลทั่วไป ถึงแม้ว่าต้นโมกจะมีการแตกรากเร็วก็จริงอยู่ แต่รากโตช้า ลำต้นและกิ่งก้านก็โตช้าตามไปด้วย ในการตัดแต่งกิ่งหรือหรือแต่งแผลนั้น โมกเป็นต้นไม้ที่สร้างเปลือกหุ้มแผลได้เร็วพอสมควร เมื่อหุ้มแล้วก็ให้ความสวยงาม 
ในอาการใบโมกซีดเหลืองจนแทบจะกลายเป็นต้นไม้เผือกนั้น นอกจากจะเป็นการแสดงว่าขาดอาหารในดินแล้ว อาจจะเกี่ยวกับระบบรากที่ไม่สมบูรณ์ได้ด้วย เช่น ต้นโมกที่มีโคนใหญ่แต่รากน้อยแล้วรีบปลูกลงในกระถางที่มีขนาดเล็กนั้น กว่าต้นโมกจะสร้างรากให้สมดุลย์กับต้นได้จะต้องใช้เวลามาก ที่ควรแล้วจะต้องปลูกลงในกระถางพักฟื้นที่มีขนาดใหญ่ไว้หลายๆปี ในขณะเดียวกันก็ทำการตัดแต่งรูปทรงไปด้วยก็ไม่เสียเวลามาก คอยเปลี่ยนดินให้ทุกปี ตัดรากที่ยาวมากออก เมื่อรากสมบูรณ์ดีแล้วใบก็จะไม่เผือกให้เห็นอีก
เมื่อต้นโมกในกระถางมีดินแห้งมาก อาจจะช่วยด้วยการตั้งกระถางบอนไซลงในจานรองกระถาง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดินให้มากขึ้น
การรดน้ำ รดด้วยบัวรดน้ำปกติวันละ 2 ครั้งเช้าและเย็น หรืออาจจะเพิ่มบ่อยครั้งขึ้นในวันที่มีอากาศแห้งมากถ้ามีโอกาส
โรคและแมลงรบกวนน้อยมาก แต่ควรรดยาป้องกันตามปกติเดือนละหนึ่งครั้ง
ถ้าหากต้นโมกได้รับการปลูกเลี้ยงอย่างดีแล้ว  โมกจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ และเมื่อได้รับการตัดแต่งกิ่งก้านอยู่เสมอแล้วต้นโมกจะให้ดอกอย่างสม่ำเสมอ และจะให้รายละเอียดของกิ่งก้านได้หนาแน่นสวยงามมาก รายละเอียดที่เกิดขึ้นนี้เป็นการแสดงถึงอายุความเก่าแก่ไม่แพ้บอนไซของต่าง ประเทศแต่อย่างใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น